วิธีใช้คอนแทคเลนส์ที่ผิด

การศึกษาใหม่จากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยข้อมูลที่น่าตกใจว่ามีผู้ใช้คอนแทคเลนส์เพียงร้อยละ 2 เท่านั้น ที่ใช้ได้อย่างถูกวิธีและถูกสุขลักษณะ ในขณะที่อีกกว่าร้อยละ 80 ใช้คอนแทคเลนส์แบบผิดๆ และคิดว่าตนเองใช้คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธีแล้วองค์กร NPR ของสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมการใช้คอนแทคเลนส์ของคนอเมริกัน ซึ่งได้เผยถึงนิสัยการใช้คอนแทคเลนส์ที่ผิดของคนส่วนใหญ่ เช่น การใส่คอนแทคเลนส์ระหว่างการว่ายน้ำ อาบน้ำ การนอนหลับ อีกทั้งยังใช้คอนแทคเลนส์เกินอายุการใช้งานโดยไม่รู้ตัวคอนแทคเลนส์ที่นิยมกันส่วนใหญ่นั้น จะมีอายุการใช้งาน 2 สัปดาห์ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นเวลา 3 สัปดาห์ ไปจนถึง 1 เดือน ทำให้สามารถเกิดอาการบาดเจ็บของดวงตาได้จากการศึกษานี้ ยังพบว่าผู้ใช้คอนแทคเลนส์กว่าร้อยละ 72 มีอาการระคายเคืองจากการใช้คอนแทคเลนส์ ในขณะที่อีกร้อยละ 47 พบอาการติดเชื้อจากการใช้คอนแทคเลนส์อีกหนึ่งพฤติกรรมแบบผิดๆ ของผู้ใช้คอนแทคเลนส์ คือการทำความสะอาดแบบไม่ถูกต้อง เช่น การไม่เปลี่ยนน้ำยาคอนแทคเลนส์สำหรับทำความสะอาด หรือการไม่เปลี่ยนกล่องใส่คอนแทคเลนส์เมื่อถึงเวลาอาการบาดเจ็บและระคายเคืองที่เกิดขึ้นจากการใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ถูกต้อง ขั้นเริ่มต้นจะมีอาการเยื่อตาอักเสบ ภาวะตาแดงจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และถ้าไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง จะมีอาการขั้นร้ายแรงคือ Acanthamoeba การเกิดแผลในนัยน์ตาจากเชื้อ pseudomonas การเกิดหนองในดวงตา ไปจนถึงการติดเชื้อชนิด E. coli ซึ่งอาจนำไปสู่อาการตาบอดได้ ซึ่งการติดเชื้อโรคเหล่านี้อาจมาจากกิจกรรมทั่วไป เช่น การอาบน้ำ หรือการว่ายน้ำ ก็เป็นได้

สละเลือดทินเนอร์ด้วยยาแก้ปวดบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

จันทร์ 14 เมษายน, 2014 (HealthDay News) – คนสละเลือดทินเนอร์เพื่อป้องกันการอุดตันในขาหรือปอดของพวกเขาอาจจะใส่ตัวเองที่มีความเสี่ยงร้ายแรง เลือดออกภายในหากพวกเขายังใช้ยาแก้ปวดทั่วไปเช่นแอสไพรินหรือ ไอบูโปรเฟ นักวิจัยเตือน

เหล่านี้ยาแก้ปวดกว่าที่เคาน์เตอร์ – ที่เรียกว่ายาต้านการอักเสบ nonsteroidal (NSAIDs) – รวมถึงยาเสพติดเช่น Advil, Aleve, Bufferin, Excedrin, Motrin และ Nuprin เป็นแอสไพริน ผู้ป่วยที่ใช้ทินเนอร์เลือดเช่น warfarin , Eliquis, Xarelto Pradaxa หรือไม่ควรใช้พวกเขานักวิจัยกล่าวว่า

“ถ้าคุณมีการ NSAID ในขณะที่การแข็งตัวของเลือด, ความเสี่ยงของการมีเลือดออกที่สำคัญคือสองสิ่งที่มันจะถ้าคุณไม่ได้รับการ NSAID” นักวิจัยนำ ดร. บรูซเดวิดสันกล่าวว่า เขาเป็นคนที่มีส่วนของยาการดูแลปอดและที่สำคัญที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันโรงเรียนแพทย์ในซีแอตเติ

หนึ่งในสี่ของเลือดออกที่สำคัญเหล่านี้เกิดขึ้นในวันที่แปดของการ NSAID เดวิดสันกล่าวว่า “มันไม่ชอบคุณจะต้องพาพวกเขาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน. เลือดออกบางคนเกิดขึ้นที่มีขนาดเดียว” เขากล่าวว่า

ความเสี่ยงของการมีเลือดออกอาจจะมีมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่มีหัวใจเต้นผิดปกติที่เรียกว่า atrial เส้นใย ที่ใช้ทินเนอร์เลือดและใช้ NSAID เดวิดสันกล่าวว่า

“ข้อความสำหรับคนที่เป็นถ้าคุณกำลังการเลือดทินเนอร์ไม่ได้ใช้ NSAID – เพียงแค่ไม่ได้ใช้หนึ่ง” เดวิดสันกล่าวว่า

“ถ้าคุณมี อาการปวดหัว หรือปวดกล้ามเนื้อหรือข้อต่อใช้ทั่วไป Tylenol [acetaminophen ]. ไม่ได้ใช้ยากลุ่ม NSAIDs สำหรับการใช้งานแบบสบาย ๆ “เขากล่าวเสริม

รายงานที่ตีพิมพ์ออนไลน์ 14 เมษายนใน JAMA อายุรศาสตร์กล่าวว่ามีเลือดออกที่มักจะเป็นเพียงเล็กน้อย แต่สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตในบางกรณี

เป็นที่รู้จักกันว่าการใช้ยาแอสไพรินโดยผู้ป่วยในการรักษาด้วยสารกันเลือดแข็งคู่ความเสี่ยงของการมีเลือดออก ดร. เกร็ก Fonarow ศาสตราจารย์ของโรคหัวใจที่มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย, Los Angeles, และโฆษกของสมาคมหัวใจอเมริกันกล่าวว่า

แต่ไม่ว่าจะ NSAIDs เช่น Advil หรือ Motrin มีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการมีเลือดออกในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยสารกันเลือดแข็งไม่ชัดเจน Fonarow กล่าวว่า บางการศึกษาแสดงให้เห็นว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นกับยาเสพติดเช่น Coumadin (warfarin) Eliquis ( apixaban ) Xarelto (rivaroxaban) หรือ Pradaxa (dabigatran) ในขณะที่คนอื่นไม่ได้

ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะรวมยาเหล่านี้เขาแนะนำ

“NSAID หรือการรักษาด้วยยาแอสไพรินควรใช้ด้วยความระมัดระวังและเฉพาะในกรณีที่ไม่มีการรักษาทางเลือกเดียวที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสามารถใช้ได้. การใช้ Tylenol อาจจะแนะนำให้เลือกมากขึ้นสำหรับคนที่มีอาการปวดศีรษะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือขณะที่ได้รับการรักษาด้วย anticoagulation” Fonarow กล่าวว่า

สำหรับการศึกษาทีมเดวิดสันวิเคราะห์ข้อมูลจากทั่วโลก EINSTEIN ลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำลึก และ เส้นเลือดอุดตันที่ปอด การศึกษาซึ่งรวมถึงกว่า 8,000 ผู้ป่วยการทดลองเมื่อเทียบกับสองทินเนอร์เลือด – Xarelto และ warfarin – เพื่อดูว่าเป็นเรื่องที่ดีในการป้องกันการ อุดตันในเลือด ในขาและปอด

ยาเสพติดที่ป้องกันไม่ให้แข็งตัวเสมอดำเนินการความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเลือดออกภายในที่สามารถกลายเป็นที่ร้ายแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า

กลุ่มเดวิดสันยังมองว่าการ NSAIDs ด้วยทินเนอร์เลือดเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงของการมีเลือดออก พวกเขาพบว่ามันไม่ได้

เขาบอกว่าตามการศึกษา, ความเสี่ยงที่แน่นอนสำหรับตอนที่มีเลือดออกที่สำคัญสำหรับการแอสไพรินผู้ป่วยและเลือดทินเนอร์เป็นเกือบสองเท่าของผู้ป่วยที่ไม่ได้อยู่ในแอสไพริน สำหรับผู้ป่วยที่ใช้รูปแบบของ NSAID บวกเลือดทินเนอร์อื่นมีสามความเสี่ยงเมื่อเทียบกับผู้ที่สละเลือดทินเนอร์คนเดียวเดวิดสันกล่าวว่า

แต่การเชื่อมโยงที่พบในการศึกษาไม่ได้พิสูจน์การเชื่อมโยงสาเหตุและผลกระทบ

ผิวนุ่มชุ่มชื่นด้วย น้ำกะทิ

ใครๆ ก็ปรารถนาอยากมีผิวที่นุ่มชุ่มชื่น ชวนสัมผัส แต่สำหรับสาวๆ ที่มีผิวแห้ง แตกเป็นขุยก็ไม่ต้องกลุ้มใจไป วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาผิวแห้งให้กลับมานุ่มชุ่มชื่นด้วยวิธีง่ายๆ โดยไม่ต้องพึ่งน้ำแร่หรือไปแช่น้ำนมมาฝากให้คุณและกลุ่มเพื่อนสาวนำไปลองทำกันค่ะ วิธีการก็แสนจะง่าย เริ่มจากการเปิดเพลงโปรดของคุณคลอเบาๆ แล้วนำน้ำกะทิมาผสมกับน้ำที่คุณจะแช่ตัว จากนั้นค่อยๆ หย่อนตัวแช่ลงไป หลับตาผ่อนคลายไปกับเสียงเพลง แล้วน้ำมันจากน้ำกะทิ จะค่อยๆ ซึมเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อช่วยปรับสภาพผิวที่แห้งแตกให้กลับมานุ่มชุ่มชื่น หากทำเป็นประจำ คุณสาวๆ ก็จะมีผิวที่สวยนวลเนียน และไม่เป็นกระอีกด้วย

GClub Casino

อุปสรรคของการเรียนให้ประสบความสำเร็จ

อุปสรรคทางการเรียน

การละทิ้งกลางคัน คือ อ่านหนังสือไม่บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ (2หน้าหลับ – - z Z Z)

การขาดสมาธิในการอ่าน คือ สนใจสิ่งรอบข้างมากกว่าสิ่งที่ทำอยู่ ( เช่นตั้งโต๊ะหนังสืออยู่ติดทางประตูเข้า คนเดินผ่านไปมาก็ไม่มีสมาธิ)

การขาดความอดทน อดกลั้น คือ รับไม่ได้กับงานที่ต้องใช้ความคิดมาก ๆ

การเป็นคนไม่มีกฎเกณฑ์ คือ ไม่รักษาระบบหรือไม่กระทำตามแผนการทำงานที่วางไว้

จับต้นชนปลายไม่ถูก คือ สับสันเรื่องการอ่าน การจำ การบันทึก

มีความเห็นแก่ตัว คือ เป็นคนมักง่าย เข้าข้างตนเองอยู่เสมอ

มักผัดวันประกันพรุ่ง คือ รอไว้ก่อน จนเวลาจวนเจียนใกล้สอบค่อยเริ่มอ่านหนังสือ

เป็นอย่างไรบ้างคะน้อง ตรงกับพฤติกรรมการเรียนการอ่านของเราบ้างหรือเปล่าคะ ^^* การเรารู้อุปสรรคแล้วก็ควรหาทางปรับปรุงแก้ไขนะคะ ไว้พี่บัวลี่จะนำเทคนิคทางแก้มาฝากกันนะคะ

GClub บาคาร่า

ผักช่วยให้อาการมะเร็งดีขึ้น

ผลสำรวจในกลุ่มตัวอย่างชาวจีนเกือบ 5 พันคนที่มีอาการโรคมะเร็งเต้านม พบว่าผู้ที่บริโภคผักใบเขียวเป็นประจำ มีอัตราเสี่ยงเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ที่ไม่กินผักการสำรวจนี้จัดทำโดยกลุ่มศึกษาการรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมในนครเซี่ยงไฮ้ ของจีน โดยสำรวจจากกลุ่มผู้ป่วย 4,886 คน อายุระหว่าง 20 ถึง 75 ปี ที่มีอาการมะเร็งขั้นที่ 1 ไปจนถึงขั้นที่ 4 ในระหว่างปี 2002 ถึง 2006 ซึ่งพบว่าผู้ป่วยที่กินผักใบเขียวเป็นประจำ ในระยะเวลาที่ป่วยมากกว่า 36 เดือน สามารถลดอัตราความเสี่ยงในการเสียชีวิตลงได้ร้อยละ 27 ถึง ร้อยละ 62 เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่กินผักเลย หรือ กินน้อยกว่าทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยแวนเดอบิลต์ มลรัฐเทนเนสซีของสหรัฐฯ เตรียมนำผลการสำรวจที่เซี่ยงไฮ้ไปศึกษาต่อถึงสารออกฤทธิ์ทางชีวะภาพที่ได้จากผัก และความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคผักใบเขียวและโรคมะเร็ง และในเบื้องต้นได้เปรียบเทียบว่าชาวจีนบริโภคผักใบเขียวมากกว่าชาวอเมริกันและชาวตะวันตกชาติอื่นๆในปริมาณที่แตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งอาจมีผลต่ออัตราความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง จึงกระตุ้นให้ชาวอเมริกันกินผักมากขึ้น โดยอาจจะเริ่มต้นจากผักที่บริโภคได้ง่ายๆเช่น กระหล่ำปลี กระหล่ำดอก และบร็อกโคลี่ Holiday Palace

Holiday Palace

ออกกำลังกายยังไงไม่ให้ผิวและผมเสีย

การออกกำลังกายแม้จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่ช่วยให้หุ่นดี แต่บางครั้งก็อาจสร้างปัญหากับผิวและเส้นผมได้ ฉะนั้น ใช้เทคนิคของเรานี้ในการไปออกกำลังกายครั้งต่อไป

เกล้ามวย รวบผมขึ้นไปสูงๆ ถักเปีย แล้วขดเปียให้เป็นมวยอยู่บนกระหม่อม หลังออกกำลังกายเสร็จแล้วก็ใช้ได้เป่า แล้วค่อยปล่อยผมลงมา

เก็บผมม้า ถ้าคุณมีเหงื่อออกมากมายในระหว่างออกกำลังกาย ก็เสยผมม้าขึ้นไปแล้วติดกิ๊บเอาไว้ หรือจะให้ดีก็ใช้ที่คาดผมไปซะเลย วิธีนี้จะช่วยป้องกันสิวที่เกิดจากเหงื่อ

หลีกเลี่ยงเครื่องสำอาง เครื่องสำอางส่วนใหญ่มักจะขวางกั้นไม่ให้ผิวของคุณได้หายใจในระหว่างออกกำลังกาย ส่งผลให้รู้ขุมขนเกิดการอุดตัน ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าจริงๆ ก็แต่งบางๆ เข้าไว้ โดยควรเลี่ยงการใช้รองพื้นเป็นดีที่สุด ลิงค์เข้าเล่น Royal1688

ลิงค์เข้าเล่น Royal1688

ออกกำลังกายในน้ำ ลดพุง

ปัจจุบันคนไทยมีภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงมากขึ้น จากการกินอาหารรสหวาน มันเค็มเพิ่มขึ้น แต่กินผักผลไม้น้อย และขาดการออกกำลัง ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาพบว่า ในกลุ่มอายุ 20-29 ปี มีภาวะโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 7.5 เท่าตัว จากร้อยละ 2.9 เป็นร้อยละ 21.7 ในกลุ่มอายุ 40-49 ปี อ้วนเพิ่มขึ้น 1.7 เท่า และล่าสุดในปี 2551 ผลการสำรวจภาวะอ้วนลงพุงในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศของกรมอนามัยพบว่า เพศชายมีรอบเอวเกิน 90 เซนติเมตรร้อยละ 34 และเพศหญิงรอบเอวเกิน 80 เซนติเมตรร้อยละ 58 ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งที่สำคัญ คนที่อ้วนลงพุง จะมีไขมันสะสมในช่องท้องมากเกินไป ทำให้เป็นโรคอ้วนลงพุงหรือ เมตาบอลิก ซินโดรม (Metabolic Syndrome) มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงความดันโลหิต และระดับไขมันในเลือดสูง เสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังมากขึ้น ได้แก่ เบาหวาน โรคความดัน โลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โดยรอบเอวที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 เซนติเมตร จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงเป็นเบาหวาน 3-5 เท่าในต่างประเทศมีงานวิจัย ที่ยืนยันว่า คนอ้วนมีส่วนทำให้โลกร้อนขึ้นด้วย เนื่องจากความต้องการพลังงานในแต่ละวันสูงกว่าคนทั่วไปจึงต้องการอาหารเพิ่ม ส่งผลให้ต้องทำการเกษตรมากขึ้น เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ในการเดินทางยังต้องใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น เพราะเครื่องยนต์ต้องทำงานหนักจากการแบกรับน้ำหนักตัวของคนอ้วน รวมทั้งต้องใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ มากขึ้น เช่นเปิดแอร์ เพราะคนอ้วนจะร้อนง่าย ส่งผลต่อภาวะโลกร้อน ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามโลกในหลายๆ ด้านและทำให้เกิดโรคติดเชื้อเพิ่มขึ้นด้วย ลิงค์เข้าเล่น Ruby888

ลิงค์เข้าเล่น Ruby888

เผยเด็กไทยติดบุหรี่ใหม่วันละ 1,000 คน

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เรียกร้องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ 12 มกราคม และวันครู 16 มกราคม ให้ผู้ปกครองเด็กและโรงเรียนร่วมมือกันลดจำนวนเด็กไทยที่จะติดบุหรี่ใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ที่วันละ 1,000 คน ซึ่งเท่ากับผู้สูบบุหรี่ที่เลิกสูบหรือเสียชีวิตในแต่ละวันตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้จำนวนผู้สูบบุหรี่ไทยคงที่อยู่ที่ประมาณ 12 ล้านคน และการสำรวจล่าสุดพบว่ามีเด็กไทยอายุระหว่าง 15-18 ปี สูบบุหรี่ถึง 400,000 คน ร้อยละ 50 ของชายไทยอายุ 25-44 ปี ซึ่งอยู่ในวัยเป็นพ่อ และร้อยละ 8.8 ของครูสูบบุหรี่ ทั้งนี้ สังคมรอบตัวในวัยเด็กคือผู้ปกครองและครูมีอิทธิพลต่อการสูบบุหรี่ของเด็กมากที่สุด โดยพฤติกรรมการสูบบุหรี่และทัศนคติต่อการสูบบุหรี่ของผู้ปกครองเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลสำคัญที่สุดที่จะกำหนดว่าเด็กคนหนึ่งจะสูบบุหรี่หรือไม่ โอกาสที่เด็กจะติดบุหรี่จะลดลง 7 เท่า หากเด็กรับรู้ว่าพ่อแม่ไม่ยอมรับการสูบบุหรี่อย่างแข็งขัน ในส่วนของครูที่สูบบุหรี่เป็นการสื่อสัญญาณต่อเด็กว่าการสูบบุหรี่เป็นกิจกรรมของผู้ใหญ่ ครูที่สูบบุหรี่ในโรงเรียนเป็นการสื่อถึงการยอมรับหรือการผ่อนปรนการสูบบุหรี่ในโรงเรียน และการทำให้โรงเรียนปลอดบุหรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ ลดโอกาสการติดบุหรี่ของนักเรียนทั้งระหว่างและหลังออกจากโรงเรียน ลิงค์เข้าเล่น GClub

ลิงค์เข้าเล่น GClub

นกพิราบสื่อสารหาทางกลับบ้านได้อย่างไร

เหตุที่นกพิราบหาทางกลับบ้านจากที่ไกลๆได้นั้น เพราะมันมีประสาทสัมผัสในการแยกแยะทิศทางอยู่มากมาย นกพิราบมีเหล็กออกไซด์ในเซลล์ประมาทที่จงอยปาก สามารถสนองตอบต่อสนามแม่เหล็กได้ มันจึงมีประสาทสัมผัสที่รับรู้ถึงพลังแม่เหล็กได้เหมือนเข็มทิศสิ่งนี้ทำให้นกพิราบเหมือนกับนกประเภทอื่นรวมถึงเต่าทะเลที่สามารถใช้สนามแม่เหล็กของโลกในการนำทางหากท้องฟ้าแจ่มใส นกพิราบจะใช้แสงอาทิตย์นำทาง หากท้องฟ้ามืดครึ้มหรือเป็นเวลากลางคืนก็ใช้สนามแม่เหล็กของโลกนำทาง นอกจากนี้นกพิราบยังมีจมูกที่ไวต่อกลิ่น ดังนั้นมันจึงใช้กลิ่นในการหาทางกลับได้อีกด้วย นกพิราบมักอยู่ด้วยกันเป็นคู่เสมอ หากจับคู่กันแล้วก็จะไม่เปลี่ยนคู่ไปตลอดชีวิต หากคู่ของมันตายไป อีกฝ่ายก็จะใช้คอของตนเองลูบไล้ไปที่ร่างคู่ของมัน เพื่อแสดงความโศกเศร้าและอาลัยอาวรณ์  นกพิราบที่ดีนั้นต้องมีหัวใหญ่ ลูกตาสุกใส ลูกตาดำ ตอบสนองฉับไว บ่ากว้าง หน้าอกแบนราบ ปีกกว้างและแข็งแรง ขาสั้นแต่เล็บคม น้ำหนักไม่เกิน 450 กรัม ลิงค์เข้าเล่น Reddragon

ลิงค์เข้าเล่น Reddragon

กำหนดลมหายใจเพื่อสุขภาพสมอง

การหายใจมีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร? เหตุผลที่สำคัญของการหายใจมี 2 ประการด้วยกันคือ ประการแรก การหายใจเป็นวิธีที่จะนำออกซิเจนเข้าไปในร่างกายของเราและเข้าอวัยวะไปสู่อวัยวะต่างๆ ช่วยให้ทำงานประสานกันได้ดี ประการที่สอง การหายใจเป็นวิธีที่จะนำออกซิเจนเข้าไปในร่างกายเพื่อขจัดของเสียหรือสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย และสั่งจิตใต้สำนึกให้ปรับอากาศหรือ”ออกซิเจน”ให้เป็นพลังปราณซึ่งเป็นพลังแห่งชีวิต

ดังนั้นการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการหายใจ ทางโยคะถือว่าสำคัญมาก เพราะเมื่อการหายใจเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของคนจะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เช่น เมื่อผู้ใดมีอารมณ์โกรธเกิดขึ้น จะบังคับให้อัตราการหายใจถี่ขึ้น และเมื่อไรที่เรามีความสุข สบายใจ อัตราการหายใจจะช้าลงและจิตใจเกิดความสงบสุขเยือกเย็นตามไปด้วย การกำหนดลมหายใจ โดยการฝึกสูดลมหายใจแบบโยคะ ฝึกวิธีบังคับปอด วิธีขยายปอด รู้จักวิธีหายใจที่ถูกต้อง โดยเริ่มที่หายใจเข้าสั้นกว่าการหายใจออก เป็น 1:2 ถ้าหายใจเข้า 7 วินาที ควรจะหายใจออกนาน 14 วินาที เพื่อไล่อากาศที่ไม่บริสุทธิ์ที่ค้างอยู่ในปอดให้ออกไปมากที่สุดถ้าเรามีการหายใจที่ถูกต้องเราสามารถมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อารมณ์ที่ผ่อนคลาย คนเริ่มฝึกหายใจ ระยะแรก จะมี ปัญหาการกลั้นหายใจ ปัญหาเรื่องการหายใจ ช่วงระยะเวลาค่อนข้างสั้น แต่ถ้าผู้ฝึกควบคุมลมหายใจได้ถูกต้อง สามารถกลั้นลมหายใจได้หายใจได้ยาวขึ้น จะทำให้ปอดเกิดความแข็งแรงและยืดยุ่น ก็จะสามารถเก็บกักลมได้มาก ก็จะทำให้ปอดประสิทธิภาพที่สูงสุดก็ส่งผลดีถึงหัวใจถึงสมองตามมา

เตรียมความพร้อมการกำหนดลมหายใจ

1.นั่งหลังตรง กับพื้น ให้กระดูกสันหลังตั้งตรง นั่งบนพื้น หนือเก้าอี้ หรือยืนก็ได้
2.วางมือทั้ง 2 ข้างวางที่ท้อง หรือที่เรียกว่า กระบังลม เพื่อที่เราจะได้รับรู้เวลา หายใจเข้า กระดูกซี่โครงจะขยายออก(ท้องพอง) หายใจออก กระดูกซี่โครงจะหุบเข้า(ท้องแพบ)
3.กำหนดลมหายใจนับเลขเริ่มจากสั้นไปยาว (นับเลขไว้ในใจ) หายใจเข้า 1 2 3 หายใจออก 1 2 3เข้า1 2 3 4 ออก 1 2 3 4 เข้า1 2 3 4 5 ออก 1 2 3 4 5เข้า1 2 3 4 5 6 7 8 9 ออก 1 2 3 4 5 6 7 8 9 (แล้วค่อยๆเปิดเปลือกตา) ลิงค์เข้าเล่น Royal1688

ลิงค์เข้าเล่น Royal1688