Author:
• Sunday, January 04th, 2015

หนุ่มหวงสาวเสริมสวย คว้ามีดตัดหลอดลม ปมรักสามเส้า

 

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (3 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุคนถูกทำร้ายเสียชีวิตอยู่ที่ร้านซ่อมมอเตอร์แห่งหนึ่ง ภายในซอยเทพกาญจนา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จุดเกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง นอนจมกองเลือดอยู่ด้านหลังของร้าน ทราบชื่อคือ น.ส.ดาวจันทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี

จากการตรวจสอบสภาพศพพบว่า เสียชีวิตจากการถูกอาวุธมีดปลายแหลมแทงเข้าที่ลำคอ ตัดเข้าหลอดลม เป็นบาดแผลฉกรรจ์ ส่วนทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตที่ตกอยู่ยังอยู่ครบดี ทั้งนี้ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือนายสัมฤทธิ์ เจ้าของร้านที่เกิดเหตุ เนื่องจากพยายามเข้าไปห้ามคนร้ายก่อเหตุดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า หญิงที่เสียชีวิตเป็นเจ้าของร้านเสริมสวย ซึ่งทำงานอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปราวๆ 2 กิโลเมตร ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ดวงจันทร์ ได้โทรศัพท์เรียกให้แฟนหนุ่มคนใหม่ขับรถไปรับมาจากร้านเสริมสวย เพื่อจะพูดคุยตกลงกับ นายรัศมี คูณป้อง อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นแฟนเก่าที่ยังคงไม่ยอมตัดขาดจากฝ่ายหญิง แม้จะเลิกรากันนานมาเป็นปีแล้ว

เมื่อ น.ส.ดวงจันทร์ มาถึงจุดเกิดเหตุ นายรัศมี ได้ขับรถมาเจอที่ร้านเช่นเดียวกัน ก่อนจะสั่งให้แฟนใหม่ไปที่อื่นก่อน เพราะจะขอเคลียร์ปัญหากันก่อน ทั้งคู่หายเข้าไปในร้านซ่อมมอเตอร์ ซึ่งเป็นร้านของ นายสัมฤทธิ์ พี่ชายแฟนใหม่ น.ส.ดวงจันทร์ แต่สักพักก็เกิดเสียงคล้ายคนทะเลาะวิวาทกัน

เมื่อ นายสัมฤทธิ์ วิ่งเข้าไปดูในร้าย ก็พบว่า น.ส.ดวงจันทร์ ถูกมีดแหลมแทงเข้าที่ลำคอ จึงพยายามเข้าไปยื้อแย่งมีดจาก นายรัศมี จนถูกมีดบาดได้รับบาดเจ็บไปด้วยอีกคน ซึ่งหลังก่อเหตุ นายรัศมี ได้ขับรถออกไปเพื่อหลบหนี พลเมืองดีเห็นเหตุการณ์จึงช่วยกันปาหินใส่กระจกรถ แต่คนร้ายยังขับรถหลบหนีต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า เหตุดังกล่าวน่าจะเกิดจากปัญหาความหึงหวง เนื่องจากฝ่ายหญิงเป็นสาวหน้าตาดี พยายามเลิกรากับ นายรัศมี อยู่นานเป็นปี กระทั่งคบหากับแฟนหนุ่มคนใหม่ แต่ นายรัศมี ก็ยังคงตามหึงหวงและไม่ยอมออกไปจากชีวิตฝ่ายหญิง ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งไล่ล่าผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป

Category: Uncategorized  | Comments off
Author:
• Saturday, December 20th, 2014

จากกรณีอุบัติเหตุรถชน พนักงานสาวค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลายบริเวณหน้าบริษัท ทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องวินัยของคนใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย

โดยเฉพาะผู้ขับขี่ทั้งรถยนต์ และจักรยานยนต์ที่ยังไม่ให้ความสำคัญกับทางม้าลาย ต่างจากประเทศอื่นเมื่อถึงทางม้าลาย ผู้ขับขี่จะต้องหยุดเพื่อให้คนที่รอข้ามถนนได้ข้ามไปก่อน

แต่นอกจากเรื่องวินัยด้านจราจรแล้ว อีกเสียงร่ำลือที่ดังออกมาจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ มีการพูดกันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเพราะไม่มีการจุดธูปบอกกล่าวพระพรหม ตอนบูรณะศาลครั้งล่าสุด

สืบเนื่องมาจากหลังบูรณะศาลเสร็จก็มีพนักงานในบริษัทถูกรถมอเตอร์ไซค์วิ่งมาชนขณะข้ามทางม้ายลาย จนลอยมาตกหน้าศาล ถึงแม้จะไม่เสียชีวิต แต่อาการตอนนี้ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้

ล่าสุดครีเอทีฟและผู้สื่อข่าวสาว คุณวิเวียน กาญจน์ภัสร์ ศิริประทุม อายุ 29 ปี ก็ถูกรถชนขณะเดินข้ามทางม้าลาย และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

ทั้งสองเหตุการณ์เกิดบริเวณเดียวกัน ในเวลาไล่เลี่ยกัน นี่จึงเป็นที่มาของเสียงร่ำลือที่ดังออกมาจากตึกใหญ่ว่าหรือจะเป็นอาถรรพ์ของพระพรหม

ล่าสุดวันนี้ (19 ธันวามคม) ผู้บริหารได้มีการบรวงสรวงใหญ่ศาลพระพรหม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยแจ้งว่าเป็นหมายที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่บังเอิญมาเกิดอุบัติเหตุซ้ำเมื่อเย็นที่ผ่านมาเสียก่อน

อย่างไรก็ตามเรื่องเเหล่านี้คงไม่สามารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือวินัยในการขับรถของคนไทย ที่ต้องรื้อกันขนานใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสียดังเช่นทีผ่านมาอีก

Category: Uncategorized  | Comments off
Author:
• Saturday, December 20th, 2014

วันนี้ (18 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชายพระสุเทพ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Tan Thaugsuban โดยระบุว่า “ได้ลูกชายชื่อ “น้องพอ” น้ำหนัก 3.48 กิโลกรัม” และในเวลาถัดมาได้เปิดเผยที่มาของชื่อ หลายชายพระสุเทพว่า ที่ตั้งชื่อ น้อง “พอ” นั้นมาจากคำว่า พอใจ พอดี พอเพียง

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ได้โพสต์ภาพและข้อความ เป็นภาพของพระสุเทพ ปภากโร กำลังนั่งมองภาพหลานชายคนใหม่ของ ตระกูลเทือกสุบรรณ โดยได้อวยพรว่า “ขอต้อนรับสมาชิกใหม่ด้วยความปิติยินดียิ่ง ขอคุณพระศรีรัตนตรัยประทานพร ให้มีความสุขมีความเจริญ เป็นกำลังของญาติพี่น้องทั้งสองฝ่าย เป็นกำลังของบ้านเมือง”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ นายแทน บุตรชาย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้สมรสกับ นางสาวทิชากร กาญจนแก้ว บุตรสาวของ นายวานิช และ นางบงกช กาญจนแก้ว นักธุรกิจในอำเภอหาดใหญ่ เมื่อกลางปี 2555

นายแทน ปัจจุบันอายุ 35 ปี เป็นบุตรชายคนเดียวของนายสุเทพ เป็นพี่ชายคนโตของน้องสาวอีก 2 คน คือ น.ส.น้ำตาล และ น.ส.น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ ปัจจุบันเป็นเจ้าของกิจการ “ศรีสุบรรณฟาร์ม” ที่ จ.สุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ นายแทน ถูกวางตัวเพื่อทำงานการเมืองแทนนายสุเทพในอนาคตด้วย โดยเฉพาะ นายแทน มีบทบาทสำคัญในฐานะเลขานุการส่วนตัวของนายสุเทพในช่วงที่เป็นเลขาธิการ กปปส. เมื่อปีที่ผ่านมา

Category: Uncategorized  | Comments off
Author:
• Wednesday, November 26th, 2014

15 ธ.ค. 57 ผศ.ดร.สุรวาท ทองบุ คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ในฐานะประที่ประชุมสภาคณบดีครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุม ส.ค.ศ.ท.ได้หารือถึงเรื่องแผนการผลิตครูของมหาวิทยาลัยรัฐ เอกชน รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ และมีมติเห็นด้วยที่ในอนาคตจะให้มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในคณะครุฯ/ศึกษาฯ จะใช้ระบบปิดเพื่อรับนิสิต/นักศึกษา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อมูลสาขาความต้องการครู จำนวนเท่าไรโดยขอให้กำหนดล่วงหน้าอย่างน้อย 5 ปีข้างหน้าเพื่อให้มหาวิทยาลัยวางแผนการรับนิสิต/นักศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการแท้จริง เบื้องต้นกำหนดรับไม่เกินห้องละ 30 คนตามมาตรฐานที่คุรุสภากำหนดและต้องกำหนดอัตรารองรับการบรรจุด้วย ทั้งนี้ ที่ประชุมมีความเห็นการรับระบบปิดจะทำให้มหาวิทยาลัยต้องจำกัดจำนวนรับ ซึ่งเสี่ยงต่อเกิดปัญหาขาดครูซ้ำอีกเพราะบัณฑิตครูไม่พอโดยเฉพาะกรณีหน่วยงานที่ต้องการครูเอกชน เพราะฉะนั้นควรต้องมีระบบเปิดสำรองไว้ด้วย

ผศ.ดร.สุรวาท กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในอนาคตเมื่อมีการรับระบบปิด ที่ประชุมมีความเห็นว่าสถาบันผลิตครูอาจจะต้องใช้ระบบการรับตรงร่วมกัน ลักษณะเดียวกับกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) เพื่อเป็นการลดภาระของผู้เรียนในการเดินทางสอบ ซึ่งในข้อเสนอนี้ยังไม่เป็นที่ยุติและต้องหาเจ้าภาพเป็นผู้ดำเนินการ ขณะเดียวกัน ส.ค.ศ.ท. ได้หารือกันด้วยว่าการใช้ระบบปิดผลิตครูนั้นจะส่งผลให้ภาระงานของคณะครุฯ/ศึกษาฯ ลดลงจึงยินดีที่เห็นว่าควรจะมาดูแลในเรื่องการพัฒนาครู ในลักษณะการใช้ห้องเรียนเป็นฐานและให้มหาวิทยาลัยที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ เป็นผู้รับผิดชอบอบรมซึ่งวิธีการนี้จะช่วยลดปัญหาครูทิ้งห้องเรียนได้ อย่างไรก็ตาม หากมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบผลิตครู อยากให้รัฐบาลเข้ามาดูแลและจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับคณะครุฯ/ศึกษาฯ ด้วย เพราะปัจจุบันงบที่ได้น้อยกว่าคณะสังคมศาสตร์ทั้งที่การผลิตครูจำเป็นต้องมีการลงทุนด้านอุปกรณ์และสื่อการสอนที่ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงด้วย

“เท่าที่หารือพบว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มีความพร้อมที่จะรับนิสิต/นักศึกษา ได้ในปีการศึกษา 2559 ประมาณ 30,000 คนซึ่งเด็กจะจบการศึกษาในปี 2563 ทั้งนี้ ที่ผ่านมานั้นที่ผ่านมานั้นมีนักเรียนนิยมสมัครเรียนคณะครุฯ/ศึกษาฯ มากโดยเฉพาะปีการศึกษา 2553-2555 มีจำนวนสูงถึง 50,000 คน ทำให้มีบัณฑิตจบครูออกมาจำนวนมาก เพราะฉะนั้น ส.ค.ศ.ท.จึงเห็นว่าการผลิตในระบบปิดเป็นรูปแบบที่เหมาะสม เพราะบัณฑิตที่จบสามารถเข้าทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการได้ทันทีตามอัตราที่แต่ละหน่วยงานเตรียมไว้รองรับ การเกษียณอายุราชการซึ่งมีข้อมูลว่าอีก 10 ปีข้างหน้าข้าราชการครูเกษียณอายุราชการประมาณ 200,000 คนเฉลี่ยปีละ 20,000 คน” ผศ.ดร.สุรวาท กล่าว